อนุมูลอิสระทำร้ายผิวจริงหรือ?


อนุมูลอิสระ ทำร้ายผิวจริงหรือ?

        การเกิดอนุมูลอิสระเกิดขึ้นตลอดเวลาเป็นไปโดยธรรมชาติ ทั้งจากกระบวนการหายใจ การย่อยอาหาร แสงแดด มลภาวะ ความเครียด และปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ดังนี้นเมื่ออายุเรามากขึ้นโอกาสการเกิดของอนุมูลอิสระจึงมากขึ้นเป็นเงาตาม ตัวในที่สุด
เหตุผลของอนุมูลอิสระสัมผัสกับผิวอย่างไร
อิเล็กตรอนที่ถูกแย่งชิงไปจากโปรตีนของโมเลกุล หรือที่คุ้นหูว่า คอลลาเจน ตัวช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่น ตึงกระชับ นี่เอง เมื่อถูกอนุมูลอิสระทำลายไป ผิวก็เริ่มอ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่นกระชับ ทำให้ผิวแลดูมีปัญหา เกิดริ้วรอยขึ้นง่าย
ไม่เพียงแต่อนุมูลอิสระจะทำร้ายผิวอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีความเชื่อทางการแพทย์ ย้ำว่า อนุมูลอิสระเป็นตัวทำลายเซลล์ในร่างกายได้ทุกๆ ส่วน กล่าวคือ อนุมูลอิสระยังสามารถทำให้ร่างกายเกิดโรคต่างๆ ได้อีก เช่น โรคหัวใจ อัลไซเมอร์
ความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า การรับออกซิเจนทำให้ร่างกายสดชื่น มีประโยชน์ แต่ความจริงแล้ว การรับออกซิเจนก็มีโทษต่อร่างกายเช่นกัน กล่าวคือ เมื่อเรารับออกซิเจนไปในร่างกาย มันก็เป็นตัวการทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายก็จะถูกทำลายลงไป


คำว่า อนุมูลอิสระ (Free-radical) คงเป็นที่คุ้นหูต่อใครๆ หลายคน แต่เจ้าตัวอนุมูลอิสระนี่เอง ถือเป็นศัตรูร้ายกาจต่อผิวของคุณจริงๆ แม้คุณจะคุ้นหูกับคำๆ นี้กันมาก แต่น้อยคนจะรู้ว่ากระบวนการ การเกิดอนุมูลอิสระเกิดขึ้นอย่างไร ทำงานได้อย่างไร
 ความหมายของ อนุมูลอิสระ คือ โมเลกุลของออกซิเจนที่ไร้คู่ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติภายในร่างกายเกี่ยวข้องกับการทำงาน ของออกซิเจน โดยมีการทำงานดังนี้

1. เมื่อร่างกายรับออกซิเจนเข้าสู่ภายใน จะทำปฏิกริยาเคมีทำให้โมเลกุลของอออกซิเจนสูญเสียอิเล็กตรอนไปหนึ่งตัว (โดยปกติอิเล็กตรอนในร่างกายเป็นคู่เสมอ) และออกซิเจนที่เหลือเพียงตัวเดียวนั่นแหละที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ”
2. เมื่ออิเล็กตรอนถูกโดดเดี่ยว ทำให้เจ้าอิเล็กตรอนตัวดังกล่าวต้องรีบหาคู่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง โดยการแย่งชิงอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่นมาทดแทนเพื่อให้ได้ครบเป็นคู่ เพ่อทำให้โมเลกุลของตนแข็งแรง
3. ขณะที่โมเลกุลที่ถูกแย่งชิงคู่ของมันออกไป ก็จะทำการหาคู่ใหม่จับคู่กับโมเลกุลอื่น เพื่อให้ได้โมเลกุลที่แข็งแรง ปฏิบัติการจะเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ มีการจับคู่กันไปกันมาก ทำให้อนุมูลอิสระก็แผ่ขยายวงกว้างขึ้น ในที่สุดเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายก็จะเสื่อมสลายลง
 

                                                                                                                                            <<   กลับหน้าแรก  >>